บทสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น แผ่เมตตา

บทสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น

การ บทสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น นั้นเป็นการทำจิตใจให้สงบ ทั้งก่อนเข้านอนและเริ่มต้นวันใหม่ จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิ สติ สวดมนต์เช้า แผ่เมตตา ก็จะช่วยให้เริ่มต้นวันใหม่ได้ดี ราบรื่น ไม่มีอุปสรรค์ สวดมนต์เย็น ก่อนนอน แผ่เมตตา ก็จะช่วยจิตใจสงบ ฝันดี เรามี บทสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น แบบง่ายๆ พร้อมคำแปลมาให้ได้ สวดมนต์กัน

คําบูชาพระรัตนตรัย

อะระหัง​​ ​​สัมมาสัมพุทโธ​​ ​​ภะคะวา​​ ​​พุทธัง​​ ​​ภะคะวันตัง​​ ​​อะภิวา​​​เทมิ​​ (กราบ)
สะวากขา​​​โต​​ ​​ภะคะวาตา​​ ​​ธัมโม​​ ​​ธัมมัง​​ ​​นะมัสสามิ​​ (กราบ)
สุปะฏิปันโน​​ ​​ภะคะวะ​​​โต​​ ​​สาวะกะสังโฆ​​ ​​สังฆัง​​ ​​นะมามิ​​ (กราบ)
พุทธะบูชา​​ ​​มะหา​​​เตชะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้ามี​​​เดชเดชะ

ธัมมะบูชา​​ ​​มะหาปัญญะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่ง​​​ใหญ่

สังฆะบูชา​​ ​​มะหา​​​โภคะวะ​​​โห
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้าอุดม​​​ด้วย​​​อริยะสมบัติ

ติ​​​โลกะนาถัง​​ ​​รัตนะตะ​​​ยัง​​ ​​อภิปูชยามิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย​​ ​​ซึ่ง​​​เป็น​​​ที่พึ่งของโลก​​​ทั้ง​​​สาม​​ (31​​ภพภูมิ)

วันทามิ​​ ​​เจติ​​​ยัง​​ ​​สัพพัง​​ ​​สัพพัฏฐา​​​เน​​ ​​สุปติฏฐิตัง​​ ​​สารีริกะธาตุ
ขอบูชากราบไหว้พระสถูป​​​ซึ่ง​​​ประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง​​ ​ๆ

มะหา​​​โพธิง​​ ​​ชินะ​​​โย​​​จะ​​ ​​พุทธะรูปัง​​ ​​สะกะลังสะทา
ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์​​​และ​​​ต้นพระศรีมหา​​​โพธิ์​​ ​​ซึ่ง​​​สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้

ทิสาทิ​​​โส​​ ​​เอหิ​​ ​​ภูมิ​​​โม​​ ​​อมมะภูมิมา​​ ​​อาคัจฉันตุ
ข้าพเจ้าขอสักการะบูชาพระภูมิ​​​เจ้าที่​​ ​​พระ​​​แม่ธรณี​​ ​​และ​​​พระ​​​แม่คงคา​​ ​​ทุกทิศทุกทาง​​​ทั่ว​​​สากลภิภพ

มนุสสานัง​​ ​​สะหะ​​​ยัง​​ ​​ปิ​​​โยเทวา​​ ​​สีหะราชา​​ ​​เอหิจิตตัง​​ ​​ปิ​​​ยัง​​​มะมะ
ขอมนุษย์​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​องค์​​​เทพเทวา​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​สัตว์​​​ใหญ่​​​น้อย​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​จงมีจิตที่​​​เป็น​​​มิตรสามัคคี​​ ​​กับ​​​ข้าพเจ้า​​​ด้วย​​​เทอญ

ไหว้พระสวดมนต์ ทำวัตรเย็น สวดโยโกจำเริญสมาธิภาวนา แผ่เมตตา หยาดน้ำ ตามแบบเป้าโบราณล้านนา.🙏🏻🙏🏻🙏🏻

พาลูกพระลูกเณร สวดอนุโมทนาให้พร ญาติธรรมทุกท่าน กัลยาณมิตรทุกคน….อิมินาปุญญะกัมเมนะ…….ด้วยแรงอธิฐาน บุญนั้นจักสำเร็จ สัมฤทธิ์ผล ทุกประการ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ …..🙏🏻🙏🏻🙏🏻

การทำวัตร หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ทำวัตร คือการทำกิจที่ต้องทำจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาทั่วไป จะละเว้นเสียเป็นการไม่สมควร เพราะเป็นหน้าที่ โดยตรงของผู้มุ่งแสวงบุญอย่างหนึ่ง การทำวัตรนิยมทำกันวันละ ๒ เวลา คือเช้ากับเย็น เรียกว่า ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น กิจที่ต้องทำในเวลาทำวัตรทั้งสองเวลานั้นคือ สวดบูชาพระรัตนตรัย สวดพิจารณาปัจจัยที่บริโภคทุกวัน
สวดเจริญกรรมฐานตามควร สวดอนุโมทนาทานของทายก และสวดแผ่ส่วนกุศล (กรวดน้ำ) ซึ่งคำสวดเหล่านี้มี
แบบสากลใช้ทั่วไป จะมีต่างกันบ้างในบางแห่งก็เฉพาะบางบทที่ตัดออกหรือเพิ่มเติมเข้ามาตามความนิยมใน
ถิ่นนั้น ๆ เท่านั้น
การสวดมนต์ คือ การสวดสาธยายบทพระพุทธมนต์ต่าง ๆ ที่เป็นพระสูตรก็มี เป็นพระปริตรก็มี เป็นคาถาก็มี

นิยมที่กำหนดขึ้นเพื่อให้นำมาสวดประกอบในการสวดมนต์เป็นประจำก็มี การสวดมนต์นี้นิยมสวดต่อท้ายทำวัตร
จะสวดมากหรือน้อย และสวดบทไหนบ้าง แล้วแต่วัดนั้นๆจะกำหนดกันขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงมักเรียกรวมกันไปว่า
“ทำวัตรสวดมนต์”

นอกจากมุ่งหมายเพื่อให้ชาวพุทธได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนเมื่อครั้งพุทธกาลแล้ว
ยังเพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้บำเพ็ญพระกรรมฐานอันเป็นอุบายให้จิตเป็นสมาธิมีความสงบ ไม่ฟุ้งซ่านวุ่นวายในขณะนั้น แม้จะชั่วระยะเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง ก็จะมีผลทำให้จิตใจได้พักผ่อนจากอารมณ์ภายนอก ทำให้เกิด
ความเยือกเย็นเย็นสุขุมขึ้น เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกใช้งานหนักมาแล้วได้ถูกพักบ้างแม้ไม่นานก็ตาม ก็ทำให้เครื่อง
ยนต์นั้นเย็นลงมีกำลังดีขึ้น ฉะนั้น
นอกจากนั้น การทำวัตรสวดมนต์ยังเป็นโอกาสให้พระภิกษุสามเณรได้สวดพิจารณาปัจจัย ได้สวด

อนุโมทนาทานของทายก ได้สวดแผ่ส่วนกุศลหรือกรวดน้ำให้ผู้อื่นด้วยจิตบริสุทธิ์อีกด้วย เพราะมีความมุ่งหมาย ดังนี้ บัณฑิตทั้งหลายจึงกำหนดการทำวัตรสวดมนต์ขึ้นไว้เป็นหน้าที่ของชาวพุทธอย่างหนึ่ง ที่ไม่ควรละเว้น หรือหลบหลีก
เสีย ด้วยมองข้ามว่า “เป็นกิจไม่สำคัญอะไร” เพราะเป็นอุบายทำความดีอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า “ภาวนามัย”

ดังกล่าวมาแล้วว่า การทำวัตรสวดมนต์เป็นอุบายทำความดีซึ่งเป็นบุญอย่างหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อทำจนเป็นนิสัย
ประจำวันแล้ว ย่อมได้รับผลอานิสงส์หลายประการ เช่น
๑. ทำให้ได้รับความชื่นใจสบายใจ ทำให้เกิดพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ เหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้าต่อพระพักตร์ทุกวัน
๒. ได้ชื่อว่าบำเพ็ญพระกรรมฐาน อบรมจิตใจให้เป็นสมาธิ มีความแน่วแน่ สงบเย็น ไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้จิตใจ
มีอำนาจมีพลัง สามารถควบคุมอารมณ์ข่มกิเลส และควบคุมตัวเองได้ดี
๓. ได้เปลื้องมลทินอันเกิดจากการบริโภคปัจจัยของทายกโดยมิได้พิจารณาในวันนั้น เท่ากับได้เปลื้องหนี้
ให้ตัวเอง จัดเป็นผลทางพระวินัย
๔. ได้มีโอกาสแผ่ส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้อื่น จัดว่าได้ทำบุญข้อว่า ปัตติทานมัย
๕. ได้รับความนับถือและยกย่องจากพระภิกษุสามเณรด้วยกันและทายกทายิกาทั่วไปว่าเป็นพุทธศาสนิกชน
ที่ดี ไม่ละเว้นหน้าที่ที่จะต้องทำ รักษาระเบียบประเพณีไว้ได้ เป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีไว้แก่อนุชนรุ่นหลัง
๖. ทำให้เป็นผู้อาจหาญในหมู่ ไม่ติดขัดเก้อเขินในเวลาทำพิธี เพราะเป็นผู้แคล่วคล่องในมนต์ต่าง ๆ